วันอังคารที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2556

เมืองโบราณ  สมุทรปราการ
อาณาจักรเมืองโบราณเป็นสถานที่รวบรวมสิ่งก่อสร้างสำคัญๆในทุกจังหวัดของประเทศไว้ด้วยกัน คุณจึงต้องใช้เวลาเกือบทั้งวันจึงจะเที่ยวชมทั่ว
เมืองโบราณ
ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่เมืองโบราณโดยทางด่วนใช้เวลาขับรถไม่นานก็ถึง
เมืองโบราณเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีพื้นที่ประมาณ50 ไร่ ตั้งอยู่ .บางปูใหม่ 
ภายในสามารถเที่ยวชมได้ง่ายทั้งขับรถยนต์ส่วนตัว ขี่จักรยาน นั่งรถกอล์ฟ หรือรถราง ก็มีให้บริการ ภายในเมืองโบราณเป็นศูนย์รวมปูชนียสถานที่สำคัญๆ ของแต่ละจังหวัดในประเทศไทย เช่น เขาพระวิหาร ปราสาทหินพนมรุ้ง วัดมหาธาตุสุโขทัย พระพุทธบาทสระบุรี พระธาตุเมืองนคร พระธาตุไชยา ฯลฯ บางแห่งสร้างให้มีขนาดเท่าของจริง ส่วนบางแห่งก็สร้างให้มีขนาดเล็กลง แต่ทุกที่มีความสวยงาม และคล้ายต้นฉบับมาก
ที่ตั้ง .เมือง .สมุทรปราการ
การเดินทาง จากกรุงเทพฯ ใช้ทางด่วนสำโรง-สมุทรปราการ ถึงสามแยกสมุทรปราการ เลี้ยวซ้ายไปตามถนนสุขุมวิท (ทางไปบางปูประมาณ กม.ที่ 33เมืองโบราณจะอยู่ทางซ้ายมือ

The ancient city

The ancient city is a place that gathers important buildings in every province in Thailand. So you have to take most of the day to tour around.

In the morning departure from Bangkok. Towards the ancient city by expressway soon to take a drive.
The ancient city is the largest outdoor museum in Thailand The area is approximately 50 acres. Located in the district of Bangpoomai.

Go sightseeing easy as driving a car, riding a bicycle, golf cart or tram ride.
The ancient city is the center of an important sanctuary in Thailand.

For example.
Kow Phra wi hanPra sat hin pha nom rung, Wat ma ha that Sukhothai, Phra Buddha Baht Saraburi, Phra that meung nakorn, PhraThat chaiya   Some are built to the same size as the real thing. And some make them smaller. But all are beautiful and far more real.

Location : Muang Samut prakarn, Samut Prakan
How to go
From Bangkok  Expressway Samrong.- Samut Prakan Turn left  to Sukhumvit Road.
Approximately 33 kilometers.
The ancient city is located on the left.

THANKS : Trips MAGAZINE

วันจันทร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2556

วัดราชนัดดาราม วรวิหาร  WAT RAJNADDARAM WARAWIHAN

ที่ตั้ง ใกล้กับป้อมหากาฬ ติดกับลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ เชิงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ

      รัชกาลที่ 3  โปรดเกล้าฯ สร้างวัดราชนัดดาราม วรวิหาร พระอารามหลวงชั้นตรีชนิดวรวิหาร พระราชทานแก่พระเจ้าหลานเธอ หม่อมเจ้าหญิงโสมนัส ซึ่งต่อมาภายหลังรัชกาลที่ 4 ทรงสถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระนางโสมนัสวัฒนาวดี ภายในบริเวณวัดมีศาสนสถานสำคัญและน่าสนใจมากมาย ทั้งพระอุโบสถ ที่สร้างแบบศิลปะสมัยรัชกาลที่ 3 เสาพาไลสี่เหลี่ยม หน้าบันเป็นลายปูนปั้น พระประธานหล่อด้วยทองแดง ที่ขุดแร่ได้จากอำเภอจันทึก จังหวัดนครราชสีมา รัชกาลที่ 4 ทรงพระราชทานนามว่า พระเสฏฐตมุนี

      ด้านทิศตะวันตกของพระอุโบสถเป็นที่ตั้งของ โลหะปราสาท เริ่มสร้างในสมัยรัชกาลที่ 3 แล้วเสร็จ และปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ในสมัยรัชกาลที่ 5 และ 6 โดยยอดปราสาท 37 ยอด หมายถึงโพธิ์ปักขิยธรรม 37 ประการ ห้องกลางมีบันไดไม้เวียนรอบแกนเป็นก้นหอยโอบเสาไม้ใหญ่ขึ้นไปสู่ฐานประทักษิณชั้นแรกและชั้นบน ตรงกลางสร้างเป็นมณฑป ภายในเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ความสำคัญของโลหะปราสาทแห่งนี้คือ เป็นโลหะปราสาทศิลปะไทยองค์แรก และองค์เดียวในประเทศไทย และยังนับเป็นโลหะปราสาทองค์ที่ 3 ของโลกด้วย
      
      นอกจากนี้ยังมีกุฏิสงฆ์ และหอระฆัง สร้างแบศิลปะสมัยรัชกาลที่ 3 มีแบบผังที่งดงาม จากถนนกลางวัดด้านข้างหอระฆัง สามารถเดินข้ามสะพานไปยังวัดเทพธิดารามที่สร้างอยู่คู่กันได้ด้วย
      เวลาเข้าชมบริเวณวัดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00  20.00 น. บริเวณโบสถ์ ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00  17.00 น.


WAT RAJNADDARAM WARAWIHAN

      LOCATION : Near MahaKal Fort next to Jetsadabodin Pavillion by Phanfa Lilad Bridge

      Built under the royal command of King Rama III in dedication to his prince neice Somanas, the temple has a number of significant monuments including the Ubosot enshrining copper cast of the Principle Buddha image. In the west is where the Loha Prasat---the first and only one in Thailand and one of the World’s three Metal Castles of this kind.

      Open daily for the temple visit between 09.00 – 20.00 hours, and between 09.00-17.00 hours for the Ubosot.

THANKS : TRIPS MAGAZINE SEMTEMBER 2007

วันอาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2556

สวนสัตว์ดุสิต

ที่ตั้ง : ตั้งอยู่บนถนนพระราม 5 แขวงและเขตดุสิต ใกล้กับสนามเสือป่าและพระที่นั่งอนันตสมาคม

      สวนสัตว์ดุสิต หรือเขาดินวนา เป็นสวนสัตว์และสวนสาธารณะแห่งแรกของประเทศไทย มีเนื้อที่ถึง 112 ไร่ กับ 277 ตารางวา สวนสัตว์แห่งนี้เดิมเป็นพระราชอุทยานส่วนพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่5

      ทรงมีพระราชดำริให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2438 บริเวณที่ราบด้านตะวันออกของพระราชวังดุสิต การก่อสร้างเริ่มด้วยการขุดสระน้ำขนาดใหญ่เป็นรูปพระราชหัตถเลขา พระปรมาภิไธยย่อ จ.ป.ร. ขุดคูคลองระบายน้ำ ทำถนนเชื่อมตัดผ่านจากคลองเปรมประชากรเข้าไปโดยรอบหลายเส้นทาง ดินที่ขุดขึ้นมา ได้นำมาใช้ในการถมเนินและปลูกต้นไม้ พระองค์จึงโปรดเรียกที่นี่ว่า เขาดินวนา

      เมื่อรัชกาลที่ 5 เสด็จสวรรคต พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชอุทยาน กวางดาว ลูกหลานกวางดาวที่รัชกาลที่ 5 ทรงนำมาจากอินโดนีเซีย และสัตว์อื่นอีก 2-3 ชนิด มาเลี้ยงไว้ในเขาดินวนา และทรงตั้งชื่อว่า สวนสัตว์ดุสิต ตราบมาจนถึงปัจจุบัน

      ปัจจุบันภายในสวนสัตว์ดุสิตไม่เพียงจะมีสัตว์ป่าหายากนานาชนิดรวมกว่า 1,350 ตัวให้ชมเท่านั้น ยังเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของคนกรุงฯให้เด็กๆได้ทัศนศึกษา และทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัวภายในสวนสัตว์แห่งนี้ได้ด้วย
O เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 – 18.00 น.


Dusit zoo
Location : Rama V Rd. Dusit District near Sanam Suapa and Ananda Samakom Throne Hall
      Suan Sat Dusit or Khao Din Wana is Thailand’s first zoo covering a total area of 112 rai and 277 square wa. Originally was King Rama V’s private park, the land was given to make a zoo by King Rama VII with rare wildlife to see. Open daily from 09.00 – 18.00 hours.

THANKS : TRIPS MAGAZINE / SEPTEMBER 2007
PIC : http://www.sanook.com

วันศุกร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2556

สวนจตุจักร และตลาดนัดจตุจักร
ที่ตั้ง ถนนกำแพงเพชร 1 และถนนกำแพงเพชร 2
      ตลาดแห่งนี้ได้เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2491 สมัยของ จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ที่มีการให้จัดตั้งตลาดนัดขึ้นทุกจังหวัด โดยแต่เดิมตลาดนัดกรุงเทพฯ อยู่ที่สนามหลวง และมีการย้ายตลาดมาอยู่ที่บริเวณสนามชัย และสวนสราญรมย์ ก่อนย้ายกลับมาอยู่สนามหลวงตามเดิม
      ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.2521 ได้มีนโยบายใช้สนามหลวงเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ และใช้เป็นสถานที่จัดงานกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี การรถไฟแห่งประเทศไทยจึงได้มอบที่ดินย่านพหลโยธินตอนล่างต่อจากสวนจตุจักรให้กับกรุงเทพฯ เพื่อกิจการสาธารณะประโยชน์  โดยได้ปรับปรุงพื้นที่ให้ผู้หาบเร่แผงลอย และย้ายผู้ค้าจากสนามหลวงมาด้วย มีการดำเนินการเสร็จในปี พ.ศ. 2525 โดยใช้ชื่อว่า ตลาดนัดย่านพหลโยธิน ต่อมาจึงได้เปลี่ยนมาเป็น ตลาดนัดจตุจักร มาจนถึงทุกวันนี้
      ร้านค้าต่างๆภายในตลาดแบ่งออกเป็น 27 โครงการ มีทั้งหมด 69 ซอย โดยมีสินค้าที่น่าสนใจหลายอย่างให้นักช้อปปิ้งได้เลือกซื้อทั้งขายปลีกและขายส่ง เช่น เสื้อผ้า และเครื่องประดับ สินค้าหัตถกรรม เซรามิก และเครื่องปั้นดินเผา ของแต่งบ้านและเฟอร์นิเจอร์ อาหารและเครื่องดื่ม ต้นไม้และอุปกรณ์ทำสวน หนังสือ งานศิลปะ สัตว์เลี้ยงและอุปกรณ์สำหรับสัตว์ ของเก่าและของสะสม สินค้าเบ็ดเตล็ด และเสื้อผ้ามือสอง ฯลฯ และยังมี J.J. Mall มิติใหม่ของตลาดนัดจตุจักรติดแอร์ด้วย
      ตลาดนัดจตุจักรเปิดทุกวัน (บางร้านค้าเท่านั้น) แต่จะคึกคักมากที่สุดในวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ สำหรับนักท่องเที่ยวถ้าหากกลัวเดินหลงทาง มีบริการข้อมูลจากศูนย์ประชาสัมพันธ์ พร้อมแผ่นพับแผนที่ สอบถามรายละเอียดได้ที่ สำนักงานสวนจตุจักรไกด์ โทรศัพท์ 02-980-2094 ,02-9800575  และ 081-4451686



JATUCHAK PARK AND WEEKEND MARKET
Location : Thanon Kamphaengphet 1 and 2
Originally was at Sanam Luang before relocated to the land connected to the Jatuchak  Park donated by State Railway of Thailand in 1982 called “Taladnat Phaholyothin” and renamed “Jatuchak Weekend Market” to present, it is made up of 27 projects in 69 lanes with interesting goods wholesales and retails from clothes; food; home decorations; pets to antiques; with a new dimension of air-conditioned weekend market J.J. Mall
Open daily (some shops) and most lively on Saturday-Sunday and public holiday. Inquiry : Call 02-980-2094 ,02-9800575  and 081-4451686

Thanks : Trips Magazine September 2007

วันพุธที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2556

วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร (Wat Kalayanamit Woramahavihara)



วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร (วัดกัลยา) ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งธนบุรีบริเวณปากคลองบางกอกใหญ่ เจ้าพระยานิกรบดินทร์ (โต กัลยาณมิตร) ได้อุทิศบ้านและซื้อที่ดินข้างเคียงเพิ่มเติม สร้างเป็นวัดขึ้น เมื่อ พ.ศ.2368 แล้วน้อมเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 พระราชทานนามว่า วัดกัลยาณมิตร และทรงสร้างพระราชทานทั้งพระวิหารหลวงและพระประธานสำหรับพระวิหารหลวง คือ หลวงพ่อโต หรือพระพุทธไตรรัตนนายก โดยทรงมีพระราชประสงค์ให้เป็นพระพุทธรูปใหญ่อยู่ริมแม่น้ำแบบเดียวกันกับที่วัดพนัญเชิง กรุงเก่า หลวงพ่อโตเป็นที่เคารพสักการะอย่างสูงโดยเฉพาะในหมู่ชาวจีน เรียกชื่อแบบจีนว่า ซำปอฮุดกง หรือซำปอกง ภาพในพระอุโบสถซึ่งมีขนาดเล็กกว่าพระวิหาร มีจิตรกรรมฝาผนังเรื่องพุทธประวัติที่แทรกเรื่องราวชีวิตชาวบ้านชาวเมืองสมัยรัชกาลที่ 3 ซึ่งนอกจากจะมีคุณค่าทางศิลปะแล้วยังมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์สังคมอย่างยิ่งอีกด้วย
นอกจากนั้นยังมี หอมณเฑียรธรรมเถลิงพระเกียรติ เป็นที่เก็บพระไตรปิฎกสมัยรัชการที่ 4
หน้าพระวิหารหลวง มีหอระฆังฝีมือคนรุ่นใหม่ สำหรับไว้ระฆังยักษ์ มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ทางเข้าวัดมีเจดีย์หิน ทำมาจากเมืองจีน เรียกว่า ถะ เป็นศิลปะจีนที่งดงามมาก
ที่มา : สมุดภาพและข้อมูลเสริมการเรียนการสอน (ภาษาไทย-อังกฤษ)

Wat Kalayanamit Woramahavihara (Wat Kalaya) is situated on the bank of the Chao Phraya River, on the Thonburi side, near the mouth of the Bangkok Yai Canel. Chao Phraya Nikorn Bodin (To Kalayanamit) donated his own house and some adjoining land he bought to construct the temple in 1825, which he then presented to King Rama III, who named it Wat Kalayanamit. King Rama III also construsted the phra vihara luang and the presiding Buddha image, Luang Pho To, or Phra Buddha Triratana Nayok. He intended that there should be a large Budha image near the river,similar to that at Wat Phananchoeng in the old capital, Ayutthaya.Luang Pho is hight revered, especially by the Chinese, who call it Sampohudkong,or Sampokong. Inside the phra ubosot, which is smaller than phra vihara, there are murals depicting the lives of the Buddha as well as everyday scenes of life during the Third Reign, which are of artistic and historical value.
In addition, there is the Monthientham Thaloengprakiat Library Hall, which is the repository of a set of the Tripitaka , or Buddhist scriptures, dating from the reign of King Rama IV.
In front of the phra vihara luang there is a newly constructed bell tower which houses the largest bell in Thailand. Near the temple entrance there is a beautiful stone chedi called “Tah” , that was brought from China.

IIIustrated Book for Teaching Aid (Thai-English)
Pic : http://www.dhammathai.org/watthai/bangkok/watkalayanamit.php