วันศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

วัดพระศรีรัตนศาสดาราม


วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้ว

ที่ตั้ง ในเขตพระราชฐานชั้นนอก ทางทิศตะวันออกของพระบรมมหาราชวัง

วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือที่คุ้นกันว่าวัดพระแก้ว เป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก โปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นพร้อมกับการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อ พ.ศ. 2325 เป็นวัดที่สร้างขึ้นในเขตพระบรมมหาราชวัง ตามแบบวัดพระศรีสรรเพชญ์ของกรุงศรีอยุธยา โดยรัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯให้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรหรือพระแก้วมรกต พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของไทย มาประดิษฐาน ณ วัดแห่งนี้

วัดพระศรีรัตนศาสดารามเป็นวัดคู่กรุงที่ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษาภายในวัดพระแก้ว มีศาสนสถานสำคัญมากมายให้พุทธศาสนิกชนได้เคารพและชื่นชม โดยเฉพาะพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต) ที่ประดิษฐานอยู่ภายในพระอุโบสถ ลักษณะเป็นพระพุทธรูปปางนั่งสมาธิราบในสกุลช่างล้านนาประมาณพุทธศตวรรษที่ 20 ทำด้วยมณีสีเขียวเนื้อเดียวกันทั้งองค์ หน้าตักกว้าง 48.3 เซนติเมตร สูงตั้งแต่ฐานถึงยอดพระเศียร 66 เซนติเมตร ประดิษฐานอยู่ในบุษบกทองคำ ถือเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง ซึ่งรัชกาลที่ 1 ได้ทรงอัญเชิญมาจากเมืองเวียงจันทน์

นอกจากความงามของพระอุโบสถหลังใหญ่ ที่สามารถเดินชมพระอุโบสถบริเวณระเบียงเดินได้โดยรอบด้วยแล้ว ยังมีนครวัดจำลอง ปราสาทพระเทพบิดร พระมณฑป พระระเบียง พระศรีรัตนเจดีย์ พระอัษฎามหาเจดีย์ ยักษ์ทวารบาล หอพระคันธารราษฎร์ หอพระราชกรมานุสร พอพระราชพงศานุสร หอพระนาค ไม่เพียงเท่านี้บริเวณวัดยังมีเครื่องประดับพระอาราม ทั้งกระถางเขามอ แท่นหิน ไม้ดัดไทย อับเฉา วางประดับสวยงามอยู่โดยรอบวัดอีกด้วย

WAT PHRASRI RATTANASASDARAM OR WAT PHRA KAEO

Location : Outer Court, east of the Grand Palace

Built in 1782 when Rattanakosin was established, Wat Phrasri Rattanasasdaram or Wat Phra Kaeo is royal chapel of the same model as that of Ayuthaya’s Wat Phra Sri Sanphet to house the Emerald Buddha Image.

Also found in this temple are the replica of Angkor Wat; Prasat Thepbidora; Phra Mondapa; Thai dwaf plants and many more.

REF : Trips Magazine September 2007
PIC
:
http://www.thai-tour.com

วันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ปราสาทแห่งฮิโรชิมา


เมื่อเวลาประมาณ 8.15น. ของวันที่ 6 สิงหาคม 2488 ระเบิดปรมาณูลูกแรกจากเครื่องบินทิ้งระเบิด B-29 นามว่า Enola Gay ถูกหย่อนลงกลางเมืองฮิโรชิมา ซึ่งเป็นเมืองท่าสำคัญทางตอนใต้ของเกาะฮอนชูในประเทศญี่ปุ่น แรงระเบิดและเปลวไฟจากระเบิดทำลายล้างตึกรามบ้านช่องและชีวิตชาวฮิโรชิมาลงอย่างราบเป็นหน้ากลอง เมืองที่เคยเต็มไปด้วยชีวิตผู้คนนับแสนและสิ่งก่อสร้างที่เบียดเสียดกันในพื้นที่รัศมี 6 กิโลเมตร หายวับเหลือเพียงเถ้าถ่านและความทรงจำ

หนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และสัญลักษณ์ของเมืองฮิโรชิมาที่หายไปพร้อมเปลวไฟจากระเบิดนิวเคลียร์ก็คือปราสาทแห่งฮิโรชิมา (Hiroshima Castle)

ตามประวัติ เล่าว่า ย้อนกลับไปในพุทธศตวรรษที่ 19 ที่เมืองฮิโรชิมามีครอบครัวขุนนางครอบครัวหนึ่ง หัวหน้าครอบครัวมีนามว่าโมริ เทรุโมโต ซึ่งเป็นหนึ่งในในสมาชิกสภา "ห้าอาวุโสผู้ยิ่งใหญ่" (Council of "Five Great Elders")

หลานของตระกูลเทรุโมโตเริ่งสร้างปราสาทแห่งฮิโรชิมา เมื่อ พ.ศ. 2132 ตรงบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโอตากาวา (Otagawa River) เมื่อการก่อสร้างปราสาทและเรือนพักเสร็จแล้ว สมาชิกและญาติในตระกูลขุนนางเทรุโมโตก็ได้ย้ายเข้ามาอยู่อาศัยในพื้นที่รอบปราสาทในปี พ.ศ. 2134 เพื่อปกครองจังหวัดต่างๆรวม 8 จังหวัด

ต่อมาในปี พ.ศ. 2143 เกิดการสู้รบที่เรียกว่า "ศึกเซกิกาฮารา" (The Battle of Sekigahara) ผลคือเทรุโมโตพ่ายแพ้และถูกขับให้ไปที่อื่น และมีขุนนางอื่นเข้ามาปกครองฮิโรชิมาแทน สืบเนื่องมาจนถึงยุคของขุนนางตระกูลอะซาโน ซึ่งปกครองและครองปราสาทแห่งฮิโรชิมานานถึง 12 รุ่น หรือประมาณ 250ปี จนกระทั่งระบบศักดินาถูกยกเลิกไปในปี พ.ศ.2414 ปราสาทแห่งฮิโรชิมาจึงเปลี่ยนบทบาทหน้าที่มาเป็นสิ่งอำนายความสะดวกทางการทหาร เช่น เป็นศูนย์บัญชาการรบในช่วงสงครามระหว่างจีนกับญี่ปุ่น (พ.ศ. 2437-2438) จนกระทั่งถูกทำลายอย่างย่อยยับในสงครามโลกครั้งที่2 ปีพ.ศ. 2488 ก่อนจะมีการสร้างเลียนแบบขึ้นใหม่ในปี พ.ศ. 2501

ปราสาทแห่งฮิโรชิมายังเป็นที่เรียกขานในอีกชื่อหนึ่งว่า "ปราสาทปลาคาร์พ " (Carp Castle) เนื่องจากที่ตั้งของปราสาทแห่งนี้อยู่ในพื้นที่ ที่ชาวบ้านเรียกว่าชายฝั่งปลาคาร์พ (ชาวญี่ปุ่นถือว่าปลาคาร์พเป็นปลามงคล เราจึงเห็นธงปลาคาร์พปักตามอาคารบ้านเรือนอยู่เสมอ โดยเฉพาะในช่วงวันเด็ก หรือวันที่ 5 พฤษภาคม ที่ชาวบ้านจะนำธงปลาคาร์พมาปักไว้หน้าบ้านเพื่อเป็นสิริมงคลสำหรับเด็ก โดยเฉพาะเด็กผู้ชาย) และในคูน้ำล้อมรอบพื้นที่ปราสาทยังเต็มไปด้วยปลาคาร์พ

ปราสาทแห่งฮิโรชิมาที่เห็นในปัจจุบันจัดเป็นมรดกทางวัฒนธรรมสำคัญของชาวฮิโรชิมา แม้ว่าเป็นปราสาทที่สร้างขึ้นใหม่ เหมือนของเดิมทุกประการ ทั้งตำแหน่ง ที่ตั้ง แผนผังและรูปแบบปราสาท การตกแต่งความสูง และวัสดุ ถ้าไม่รู้ประวัติมาก่อนก็ยากที่จะรู้ว่าเป็นของใหม่ ยกเว้นการใช้สอยที่ไม่เหมือนเดิม (ปัจจุบันตัวปราสาทซึ่งสูงประมาณ 26 เมตร วัดจากฐานล่างสุด ไม่มีคนอาศัยอยู่ เป็นเพียงจุดแวะของนักท่องเที่ยว โดยเขาเปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นชมภายในได้ กล่าวคือตัวปราสาทมี 5 ชั้น แต่ละชั้นถูกออกแบบเพื่อจัดนิทรรศการถาวรให้ความรู้เกี่ยวกับปราสาทและเรื่องราวที่เกี่ยวข้อง และเพื่อให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปชื่นชมวิวทิวทัศน์ของฮิโรชิมา) ฉะนั้น บรรยากาศโดยรวมจึงมีกลิ่นอายของอดีตให้สัมผัสและรู้สึกได้อย่างไม่ยากเย็น ซึ่งนับเป็นคุณค่าสำคัญประการหนึ่งของมรดกวัฒนธรรม

พื้นที่โดยรอบปราสาทเป็นสวน มีสนามหญ้า มีต้นไม้ดูร่มรื่น สดชื่น และมีลานเดินออกกำลังกายได้ด้วย เหมาะสำหรับการพักผ่อนหย่อนกาย หามุมสงบสติ หรือจะนั่งสมาธิก็ยังได้ บางวันมีเด็กนักเรียนมานั่งวาดรูป และมีบางครอบครัวพากันมาเดินทอดน่องพูดคุยกันอย่างสงบ ใกล้ๆกันยังมีวัดในศาสนาชินโตให้ชาวญี่ปุ่นประกอบพิธีกรรมทางศาสนาตามประเพณีดั้งเดิม

โดยภาพรวมแล้ว ทั้งตัวปราสาท พื้นที่รอบข้างและศาสนสถานที่อยู่ใกล้เคียง ต่างเสริมสร้างบรรยากาศแห่งอดีตและความสงบท่ามกลางชีวิตสังคมเมืองใหญ่ในปัจจุบันอย่างฮิโรชิมาได้อย่างวิเศษ

ปัจจุบัน ปราสาทแห่งฮิโรชิมาเป็นจุดอ้างอิงที่สำคัญ เป็นที่หมาย เป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ และเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์ที่สำคัญของเมืองฮิโรชิมา และในหนังสือแนะนำแหล่งท่องเที่ยวเด่นๆของฮิโรชิมาจะขาดสถานที่แห่งนี้ไม่ได้ อีกทั้งชาวฮิโรชิมาแทบทุกคนก็รู้จักปราสาทแห่งนี้เป็นอย่างดี

ดังนั้น เพียงแต่หยิบหนังสือแนะนำแหล่งท่องเที่ยวมาดู หรือสอบถามชาวฮิโรชิมา นักท่องเที่ยวก็หาปราสาทนี้เจอแล้ว

แต่ถ้าจะลองเดินผจญภัยเล็กๆในเมืองเพื่อหาทางไปชมปราสาทแห่งนี้ด้วยตนเอง ก็ขอแนะนำให้เริ่มต้นที่ศูนย์กลางสถานีรถบัสฮิโรชิมา (Hiroshima Bus Center) แล้วเดินไปทางเหนือราว 10-15 นาที ก็จะเห็นปราสาทตั้งตระหง่านอยู่ข้างหน้า มีทางเดินลอดอุโมงค์เข้าสู่พื้นที่บริเวณปราสาท ซึ่งกว้างขวางประมาณ 500 x 500 เมตร เมื่อก้าวเข้าสู่บริเวณพื้นที่ด้านนอกปราสาท ก็เริ่มรู้สึกสดชื่น อากาศดีมาก ทั้งที่พื้นที่นี้อยู่เกือบกลางใจเมือง จากจุดนี้จะเห็นคูน้ำ ป้อมและกำแพง มีประตูไม้ให้เดินเข้าไปพื้นที่ด้านใน เมื่อเดินข้ามสะพานไม้ผ่านคูน้ำเข้าสู่ภายใน พื้นที่บริเวณปราสาท มีสิ่งก่อสร้างและสวนสวยๆให้ชมอย่างเพลิดเพลิน

ปราสาทแห่งฮิโรชิมา
เปิดทุกวัน เวลา 9.00 - 15.00 น.
ปิดเพียง 5 วันในแต่ละปี (29 ธันวาคม - 2 มกราคม)
ถ้าอยากขึ้นปราสาทเพื่อให้ได้บรรยากาศกลิ่นอายแห่งอดีต หรือเพื่อชมวิวเมืองฮิโรชิมา ต้องจ่ายค่าเข้าชม ดังนี้
ผู้ใหญ่ คนละ 360 เยน
ถ้ามาเป็นกลุ่มตั้งแต่ 30 คนขึ้นไป จ่ายคนละ 280 เยน
เด็กและเยาวชน อายุระหว่าง 6 - 17 ปี คนละ 180 เยน
ถ้ามาเป็นกลุ่มตั้งแต่ 30 คนขึ้นไป จ่ายคนละ 100 เยน

เรื่อง : ธนิก เลิศชาญฤทธิ์ วารสาร เมืองโบราณ ปีที่35 ฉบับที่ 4 ตุลาคม - ธันวาคม 2552
ภาพ : wikimedia.org.jpg

พระบรมมหาราชวัง


พระบรมมหาราชวัง
ที่ตั้ง ด้านขวามือก่อนเข้าวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้ว

พระบรมมหาราชวังเป็นพระราชวังหลวง ที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่1 ทรงให้ย้ายราชธานีจากกรุงธนบุรีมายังฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา หรือฝั่งพระนคร จากนั้นทรงโปรดเกล้าฯให้สร้างพระบรมมหาราชวัง เป็นศูนย์กลางการปกครองของประเทศ และเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์สมัยรัตนโกสินทร์ ตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช จนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

แผนผังของพระบรมมหาราชวัง ได้ยึดถือแบบของพระราชวังหลวงสมัยกรุงศรีอยุธยา คือ สร้างชิดแม่น้ำ และหันหน้าไปทางทิศเหนือ พระบรมมหาราชวังใช้เป็นสถานที่ประกอบพระราชพิธีสำคัญต่างๆ ตามพระราชประเพณี รวมทั้งเป็นที่ตั้งพระบรมศพ และพระศพของพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูง

ภายในพระบรมมหาราชวังแบ่งเป็น 3 เขต คือเขตพระราชฐานชั้นนอก ได้ใช้เป็นที่ตั้งของสถานที่ราชการต่างๆ เช่น สำนักพระราชวัง สำนักราชเลขธิการ และราชบัณฑิตยสภา เขตพระราชฐานชั้นกลาง มีสถานที่สำคัญ เช่น พระตำหนักสวนกุหลาบ เป็นตั้น และเขตพระราชฐานชั้นในเป็นที่ทำการ และที่พำนักของข้าราชการสำนักพระราชวัง และมีพระตำหนักสำคัญ เช่น พระตำหนักสมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า เป็นต้น

พระที่นั่งที่สำคัญได้แก่ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เป็นสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างไทย และยุโรป สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 จุดเด่นอยู่ที่องค์พระที่นั่งเป็นแบบยุโรป ส่วนหลังคาเป็นยอดปราสาทแบบไทยสวยงามมาก และพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เป็นปราสาทจัตุรมุข สร้างในรัชกาลที่ 1 ภายในมีพระแท่นราชบัลลังก์ประดับมุก และพระแท่นราชบรรจถรณ์ เป็นพระแท่นบรรทมของรัชกาลที่ 1 ส่วนพระมหามณเฑียรสำคัญได้แก่พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน เป็นพระที่นั่งประธานของหมู่พระมหามณเฑียร และทรงเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ในรัชกาลต้นๆ นอกจากนี้ยังมีพระมหามณเฑียรสำคัญๆอีกมากมายให้ได้เยี่ยมชม
THE GRAND PALACE
Location : On the right before entering the Emerald Buddha Temple

Under the royal command of King Rama I to relocate the city from Thonburi to the eastern side of the Chao Phraya, the Grand Palace, constructed as the administration center and residence of Rattanakosin monarchs, has the same plan as Ayuthaya's Palace, close to the river and faces the north, with three Courts--Outer; Center and Inner. Chakri Mahaprasat and Dusit Mahaprasat are the significant Throne Halls other than a number of royal household
REF : Trips Magazine September 2007